เวลาจะจัดฟันหรือทำรากเทียม หลายคนอาจจะเคยเห็นภาพเอกซเรย์ฟันแบบกว้างๆ ที่เห็นฟันครบทุกซี่ (แบบ 2 มิติ) กับการที่หมอแนะนำให้ทำ เอกซเรย์ฟัน 3 มิติ (CBCT) วันนี้หมอณัฐจะมาสรุปให้ฟังแบบเน้นๆ ไม่เน้นน้ำ ว่าทั้งสองแบบต่างกันยังไง และแบบไหนที่ตอบโจทย์การรักษาของคุณมากที่สุดค่ะ
เอกซเรย์ฟัน 3 มิติ (CBCT) vs 2 มิติ (Panoramic) แบบเจาะลึก
หลายคนสงสัยว่า ในเมื่อก็เป็นการเอกซเรย์เหมือนกัน ทำไมหมอถึงแนะนำให้ทำ สแกนฟัน 3 มิติ ในเคสที่ยาก? หมอขอสรุปข้อแตกต่างที่ส่งผลต่อการรักษาของคนไข้โดยตรงมาให้ฟังค่ะ
1. เอกซเรย์ฟัน 2 มิติ หรือแบบพาโนรามา (Panoramic X-ray)
นี่คือมาตรฐานเบื้องต้นที่เรามักจะทำกันเวลาตรวจฟันทั่วไปค่ะ
ข้อดี: จุดเด่นที่สุดคือ “ความรวดเร็วและประหยัด” ค่ะ เหมาะมากสำหรับการตรวจสุขภาพฟันประจำปี เช็กฟันผุเบื้องต้น หรือดูตำแหน่งฟันคุดคร่าวๆ ว่ามีกี่ซี่ วางตัวเอียงไปทิศทางไหน เป็นฟิล์มที่ช่วยให้หมอเห็นภาพรวมของช่องปากได้กว้างๆ ในใบเดียวค่ะ
ข้อเสีย: เนื่องจากภาพที่ได้เป็นแบบ “แบนราบ (2D)” มันจึงมีจุดบอดที่สำคัญค่ะ คือภาพจะมีการทับซ้อนกันของอวัยวะ หมอจะไม่สามารถมองเห็น “ความหนา” ของกระดูกขากรรไกร หรือระยะห่างที่แท้จริงระหว่างรากฟันกับเส้นประสาทในแนวลึกได้เลย ซึ่งในเคสจัดฟันยากหรือการวางแผนผ่าตัด การกะระยะจากภาพ 2 มิติเพียงอย่างเดียวอาจมีความเสี่ยงที่จะคลาดเคลื่อนได้ค่ะ
2. เอกซเรย์ฟัน 3 มิติ (Cone Beam CT Scan หรือ CBCT)
นี่คือเทคโนโลยีที่หมอณัฐเลือกใช้สำหรับวางแผนงานรักษาที่ต้องการความละเอียดสูงค่ะ
ข้อดี: หมอจะได้รับข้อมูลที่ “แม่นยำระดับมิลลิเมตร” ค่ะ เรามองเห็นภาพโครงสร้างใบหน้า ฟัน กระดูก และเส้นเลือดได้แบบ 360 องศา เหมือนได้ถอดรหัสโครงหน้าคนไข้ออกมาเป็นแบบจำลองเสมือนจริง ข้อมูลนี้สำคัญมากในเคสจัดฟันร่วมกับผ่าตัดขากรรไกร เพราะช่วยให้หมอเห็นจุดเสี่ยงและหลีกเลี่ยงเส้นประสาทสำคัญได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงผลข้างเคียง เช่น อาการหน้าชาหลังผ่าตัด และยังช่วยให้การเคลื่อนฟันในเคสซับซ้อนปลอดภัยต่อรากฟันที่สุดค่ะ
ข้อเสีย: ในแง่ของค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าแบบพาโนรามาเล็กน้อย เนื่องจากตัวเครื่องและซอฟต์แวร์วิเคราะห์มีราคาสูงมาก และที่สำคัญคือ “ไม่ใช่ทุกคลินิกจะมีเครื่อง CBCT” ทำให้คนไข้ส่วนใหญ่อาจต้องเสียเวลาถือใบสั่งไปเอกซเรย์ที่โรงพยาบาลแล้วค่อยกลับมาหาหมออีกรอบค่ะ
ทำไมต้องเลือกคลินิกที่มีเครื่อง CBCT ในตัว?
ในการทำฟันเคสยาก สิ่งที่คนไข้กังวลมากที่สุดคือ “ความไม่แน่นอน” และ “ความยุ่งยาก” ค่ะ การที่ TOOTH LUCK DENTAL CLINIC ตัดสินใจลงทุนนำเครื่อง เอกซเรย์ฟัน 3 มิติ (CBCT) มาติดตั้งไว้ให้บริการภายในคลินิกเอง ไม่ใช่เพียงแค่ความสะดวกนะคะ แต่คือการยกระดับมาตรฐานการรักษาให้เป็นแบบ Digital Dentistry อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไข้ดังนี้ค่ะ:
จบครบในที่เดียว ไม่ต้องเดินทางซ้ำซ้อน
คนไข้ไม่ต้องวุ่นวายถือใบส่งตัวไปต่อคิวเอกซเรย์ที่โรงพยาบาลหรือศูนย์สแกนข้างนอกให้เสียเวลาค่ะ มาที่นี่เราดูแลแบบ One-stop Service สแกนจบปุ๊บ นั่งรอผลเพียงไม่กี่นาทีเพื่ออธิบายแผนการรักษาต่อได้ทันทีในนัดแรกเลยค่ะ
วินิจฉัยแม่นยำด้วยระบบสแกนแบบ Low Dose
เครื่อง CBCT ที่หมอเลือกใช้ มาพร้อมโหมดการทำงานที่เรียกว่า Low Dose Radiation ค่ะ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยปรับการปล่อยรังสีให้อยู่ในระดับที่ต่ำลงเพื่อความปลอดภัยของคนไข้ แต่ยังคงให้ภาพที่คมชัดสูง (High Resolution) ด้วยซอฟต์แวร์ประมวลผลรุ่นใหม่ ทำให้หมอเห็นรายละเอียดรากฟันและกระดูกได้ชัดเจน โดยที่คนไข้ได้รับรังสีน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น (ALARA Principle) ค่ะ
วางแผนรักษาได้ทันทีผ่านโปรแกรมจำลอง 3 มิติ
ข้อมูลที่ได้จากการสแกน หมอจะนำมาวิเคราะห์ผ่านซอฟต์แวร์จำลองการรักษาค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการลองวางตำแหน่งรากเทียม หรือการเลื่อนขากรรไกรในคอมพิวเตอร์ก่อนเริ่มทำจริง เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมา “เป๊ะ” และลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดในขณะรักษาให้เหลือน้อยที่สุดค่ะ
ดูแลคุณด้วยมาตรฐานสากล ทุกวันที่ TOOTH LUCK DENTAL CLINIC
หมอณัฐเชื่อเสมอค่ะว่า เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดจะไม่มีความหมายเลย ถ้าขาดการดูแลที่ใส่ใจและเข้าใจคนไข้จริงๆ ที่ TOOTH LUCK DENTAL CLINIC เราจึงตั้งใจมอบประสบการณ์การทำฟันที่แตกต่าง เพราะเรารู้ดีว่าปัญหาฟันไม่ได้เลือกเวลาเกิดค่ะ บางคนปวดฟันตอนเย็นหลังเลิกงาน หรือประสบอุบัติเหตุฟันหักในวันหยุดที่คลินิกส่วนใหญ่ปิดทำการ
นั่นคือเหตุผลที่คลินิกของเรา เปิดให้บริการทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ (ไม่มีวันหยุด) ค่ะ หมอตั้งใจให้ที่นี่เป็นที่พึ่งให้กับทุกคนได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเคสฉุกเฉินที่ต้องการการรักษาด่วน หรือคนไข้ที่ติดงานวันธรรมดาแต่อยากเข้ามาปรึกษาเรื่องจัดฟันในวันหยุด หมอและทีมทันตแพทย์เฉพาะทางพร้อมสแตนบายดูแลคุณอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การรักษาดำเนินไปอย่างรวดเร็วและจบเคสได้อย่างสวยงามที่สุดค่ะ
ปัจจุบันหมอณัฐและทีมงานพร้อมดูแลคุณทั้ง 2 สาขา เดินทางสะดวกและหาหมอได้ง่ายมากๆ ค่ะ:
สาขากทม.-นนทบุรี: ทำเลเอาใจคนเมืองสุดๆ ค่ะ เพราะคลินิกเรา ติดกับ MRT แยกติวานนท์ (ทางออก 3) เดินขึ้นจากสถานีเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงมือหมอแล้วค่ะ ไม่ต้องฝ่ารถติด ไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถ ประหยัดเวลาไปได้เยอะเลยค่ะ
สาขาขอนแก่น: สำหรับชาวขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง แวะมาหาหมอได้ที่ ปากซอย ร.8 ถนนมะลิวัลย์ นะคะ จุดสังเกตง่าย เดินทางสะดวก และที่สำคัญคือเรามีที่จอดรถกว้างขวางอยู่หน้าคลินิกเลยค่ะ จะขับรถมาเองหรือพาผู้สูงอายุในครอบครัวมาทำฟันก็สะดวกสบายหายห่วงค่ะ
สุขภาพรอยยิ้มของคุณคือสิ่งที่หมอให้ความสำคัญที่สุดนะคะ หากมีอาการปวด บวม หรือต้องการวางแผนรักษาที่แม่นยำด้วยระบบ เอกซเรย์ฟัน 3 มิติ อย่าปล่อยทิ้งไว้นะคะ แวะเข้ามาหาหมอได้เลยทุกวัน และที่คลินิกของเรายังรองรับการใช้สิทธิ ทำฟันประกันสังคม โดยไม่ต้องสำรองจ่ายด้วยนะคะ หมอณัฐและทีมงานทุกคนยินดีต้อนรับและพร้อมดูแลทุกเคสด้วยความใส่ใจ เพื่อให้คุณกลับมายิ้มได้อย่างมั่นใจและสมบูรณ์แบบที่สุดอีกครั้งค่ะ!


อยากจัดฟันแต่ต้องไปเรียนต่างประเทศ ทำยังไงดี
ปัญหาโลกแตกของน้องๆ นักเรียน [...]
จัดฟันใสงบไม่ถึงแสน เคสไหนทำได้บ้าง? สรุปจบแบบเข้าใจง่าย
หลายคนคงเคยฝันอยากจะมีรอยยิ้มที่มั่นใจด้วยการจัดฟันใส แต่พอเห็นราคาหลักแสนก็อาจจะถอยไปตั้งหลักก่อนใช่ไหมคะ [...]
จัดฟันใสแบบถูก – แพง ต่างกันยังไง? เจาะลึกความคุ้มค่าที่คุณต้องรู้
ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนไปเร็วมาก การ [...]
เอกซเรย์ฟัน 3 มิติ (CBCT) ต่างจาก 2 มิติ (Panoramic) ยังไง?
เวลาจะจัดฟันหรือทำรากเทียม หลายคนอาจจะเคยเห็นภาพเอกซเรย์ฟันแบบกว้างๆ [...]
ทำไมการจัดฟันสแกนตรวจด้วย Cone Beam CT Scan จึงเหมาะเคสยากได้มากกว่า?
สำหรับคนไข้ที่มีแผนจะจัดฟัน โดยเฉพาะเคสที่มีความซับซ้อน [...]
เอกซเรย์ CBCT อันตรายไหม? ปัญหาฟันแบบไหนต้องใช้
ปกติแล้วเวลาคนไข้มาตรวจฟันเพื่อวางแผนจัดฟันหรือรักษาฟันทั่วไป เรามักจะคุ้นเคยกับการเอกซเรย์แบบเดิมที่เรียกว่า [...]