7 สาเหตุของการแปรงฟันแรงเกินไป พร้อมวิธีสังเกตอาการตัวเอง

แปรงฟันแรงเกินไป

หลายคนอาจมีปัญหาเหงือกร่นหรือเจ็บเหงือกอยู่บ่อยครั้ง ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีฟันผุหรือฟันโยกแต่อย่างใด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของการแปรงฟันแรงเกินไปที่คุณอาจเผลอทำโดยไม่รู้ตัว วันนี้หมอณัฐจะมาพูดถึง 7 สาเหตุที่ทำให้คุณออกแรงแปรงฟันมากเกินไป พร้อมวิธีแก้ไขที่จะช่วยให้สุขภาพเหงือกและฟันของคุณกลับมาแข็งแรงอีกครั้งค่ะ

7 สาเหตุของการแปรงฟันแรงเกินไป

1. มีความเชื่อที่ผิด

หลายคนเชื่อว่ายิ่งแปรงฟันแรง ก็ยิ่งขจัดคราบหรือเศษอาหารออกจากผิวฟันได้มากกว่าการแปรงฟันเบาๆ หรือบางคนอาจเห็นคนในครอบครัวหรือคนรอบข้างแปรงฟันแรงๆ จนเคยชิน และซึมซับพฤติกรรมการแปรงฟันแรงโดยไม่รู้ตัว ซึ่งในความเป็นจริงการแปรงฟันแรงเกินไปอาจก่อให้เกิดปัญหามากกว่าการทำให้ฟันสะอาด ทั้งการทำร้ายเคลือบฟัน ทำให้เคลือบฟันสึกกร่อนและเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุได้ และปัญหาเหงือกร่นที่ทำให้เส้นประสาทฟันสัมผัสกับภายนอกได้ง่ายและรู้สึกเสียวฟันง่ายขึ้นด้วย

2. แปรงฟันผิดวิธี

หากคุณแปรงฟันผิดวิธี วางมือในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เช่น ถูแปรงแรงๆ ไปมาซ้าย-ขวา แทนการปัดขึ้น-ลงหรือวนเป็นวงกลม, การจับแปรงสีฟันที่ใหญ่เกินไปจนจับไม่ถนัดมือ หรือการจับแปรงแบบเดียวกับการจับปากกา อาจทำให้คุณต้องจับแปรงแน่นขึ้นและเผลอออกแรงแปรงมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

3. ใช้แปรงสีฟันขนแข็งเกินไป

ขนแปรงแข็งมักจะมีความยืดหยุ่นและอ่อนนุ่มต่ำ ไม่เหมาะกับรูปฟันและเหงือกของคุณเท่าที่ควร ทำให้คุณต้องออกแรงมากขึ้นเพื่อให้รู้สึกว่าสะอาดจนเผลอกดแปรงสีฟันมากเกินไป นอกจากนี้ขนแปรงที่แข็งเกินไปยังทำให้เกิดแรงกดบริเวณเหงือก ทำให้เหงือกเกิดการระคายเคืองและค่อยๆ ร่นลงมาจนเผยให้เห็นรากฟัน นอกจากจะทำให้เสียวฟันง่ายแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาฟันผุเพิ่มมากขึ้นด้วย เนื่องจากขนแปรงแข็งจะไปทำลายเคลือบฟันให้สึกกร่อนและทำร้ายเนื้อเยื่อเหงือก จนเกิดการอักเสบหรือมีเลือดออกในช่องปากง่ายขึ้นและกลายเป็นเหงือกอักเสบในระยะยาว

4. ใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าผิดวิธี

ด้วยความที่แปรงสีฟันไฟฟ้าถูกออกแบบมาให้ทำงานด้วยการสั่นหรือหมุนโดยไม่จำเป็นต้องใช้แรงกดจากผู้ถือแปรงสีฟัน แม้ว่าจะมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดที่สูง แต่หากคุณติดนิสัยออกแรงกดแปรงมากเกินไปเหมือนตอนแปรงด้วยแปรงสีฟันปกติ ก็อาจทำให้แปรงสีฟันไฟฟ้าทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพจนเผลอทำร้ายเหงือกและเคลือบฟันโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ยังเกิดจากความไม่เคยชินในด้านอื่นๆ เช่น การจับแปรงในมุมที่ไม่ถูกต้อง การวางแปรงสีฟันไฟฟ้าในแต่ละซี่ที่ช้าหรือเร็วเกินไป รวมถึงการเลือกหัวแปรงที่แข็งหรือไม่เหมาะกับรูปฟันก็ได้ค่ะ

5. มีแรงกดมือมากเกินไป

หลายคนอาจทำงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้มือออกแรงมากเกินไป เช่น ผู้ที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา พนักงานทำความสะอาด พนักงานยกของ ช่างซ่อมรถ วินมอเตอร์ไซค์ ฯลฯ เมื่อคุณออกแรงข้อมือมากกว่าคนทั่วไปเป็นประจำ ก็อาจทำให้ร่างกายจดจำและนำไปใช้กับการทำสิ่งต่างๆ รวมถึงการออกแรงแปรงฟันด้วยค่ะ

6. ความรีบเร่งขณะแปรงฟัน

เมื่อคุณรีบแปรงฟันเพื่อไปทำกิจกรรมอื่นต่อ ก็อาจทำให้คุณไม่ได้ใส่ใจในการแปรงฟันเท่าที่ควร เลยเผลอออกแรงกดแปรงมากเกินไปเพื่อให้แปรงฟันเสร็จไวขึ้น เพราะหวังว่าจะทำให้ฟันสะอาดในเวลาที่จำกัด หรือบางทีคุณอาจรีบแปรงจนเผลอข้ามขั้นตอนบางอย่างไปและอาจแปรงฟันไม่ถูกตำแหน่งหรือไม่ตรงกับองศาที่ควรจะเป็น จนจับแปรงสีฟันแรงขึ้นหรือมีทิศทางการแปรงที่ผิดไปจากเดิม ทำให้เกิดแรงกดโดยไม่รู้ตัว

7. ความเครียดขณะแปรงฟัน

หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่าหากรู้สึกเครียดหรือกังวลเรื่องใดก็ตาม อาจทำให้คุณเผลอเกร็งกล้ามเนื้อในมือและข้อมือโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เกิดแรงกดที่ใช้ในการแปรงฟันเพิ่มขึ้น ทำให้แปรงฟันแรงกว่าปกติ นอกจากนี้ยังรวมถึงการขาดสมาธิเพราะมุ่งแต่คิดอยู่กับเรื่องที่เครียดจนเผลอแปรงแรงขึ้นหรือแปรงฟันแรงๆ เพื่อระบายอารมณ์ได้เช่นกันค่ะ

แปรงฟันแรงเกินไป มีข้อเสียอย่างไร

  • เคลือบฟันสึกกร่อน เสี่ยงต่อปัญหาฟันผุง่ายขึ้น
  • เหงือกร่นลงมาจากฟันจนเห็นรากฟัน ทำให้รากฟันสัมผัสกับสิ่งต่างๆ ง่ายขึ้น จึงรู้สึกเสียวฟันง่ายขึ้น
  • เหงือกอักเสบและมีเลือดออกขณะแปรงฟัน
  • ขนแปรงสึกไว ต้องเปลี่ยนแปรงบ่อยขึ้น
  • อาจทำให้แปรงฟันผิดวิธี แปรงสีฟันไม่สามารถทำความสะอาดช่องปากได้ครบถ้วน เสี่ยงต่อปัญหาช่องปากอื่นๆ ตามมา

แปรงฟันแรง แก้ได้ไหม มีวิธีไหนบ้าง

1. เปลี่ยนความคิดใหม่

อย่างแรกที่คุณควรเปลี่ยนโดยด่วนคือความคิดที่มีต่อการแปรงฟันที่แรงเกินไปค่ะ เพราะต่อให้คุณใช้ขนแปรงนุ่มแค่ไหน ใช้เวลาแปรงฟันแต่ละซี่นานขึ้น แต่หากยังเชื่อว่าการแปรงฟันแรงจะช่วยให้ฟันสะอาดขึ้น คุณก็จะยังคงแปรงฟันแรงเหมือนเดิมอย่างแน่นอน ดังนั้นคุณควรทำความเข้าใจก่อนว่าการแปรงฟันเบาๆ ก็ช่วยให้ฟันสะอาดขึ้นได้เช่นกันค่ะ

2. เลือกแปรงสีฟันขนนุ่ม

เป็นวิธีแรกที่หมอณัฐขอแนะนำเลยค่ะ เพราะแปรงที่นุ่มจะช่วยให้คุณไม่ต้องออกแรงกดในการแปรงฟันมากเกินไป จึงช่วยลดการทำร้ายเคลือบฟันและลดการระคายเคืองต่อเหงือกได้มากขึ้น สำหรับวิธีเลือกแปรงขนนุ่มให้ดูจากแปรงสีฟันที่ระบุคำว่า “ขนนุ่ม (Soft)” อยู่บนบรรจุภัณฑ์, มีขนาดหัวแปรงพอเหมาะกับช่องปาก มีเล็กหรือใหญ่เกินไป, มีด้ามจับถนัดมือ ไม่ลื่นง่าย

3. ฝึกแปรงฟันให้เบาลง

หลังจากเลือกแปรงขนนุ่มมาได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปหมอณัฐแนะนำให้คุณลองผ่อนแรงบริเวณมือและข้อมือขณะแปรงฟันก่อน ใช้นิ้วมือจับแปรงเบาๆ ไม่ต้องออกแรงกดมาก เอาแค่พอจับถนัดมือ จากนั้นค่อยแปรงไปในทิศทางวนเป็นวงกลมหรือทิศทางขึ้นลงเบาๆ ให้รู้สึกว่าขนแปรงสัมผัสกับฟันก็พอค่ะ แล้วค่อยแปรงฟันและซอกฟันทีละซี่อย่างระมัดระวังโดยใช้เวลาแปรงฟันแต่ละซี่ให้นานขึ้น ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าอาการเสียวฟันและเลือดไหลออกจากฟันจะน้อยลง

4. ใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า

แปรงสีฟันไฟฟ้ามีฟังก์ชันไฟกะพริบหรือมีระบบสั่นเพื่อเตือนว่าคุณกำลังออกแรงแปรงมากเกินไป ซึ่งจะช่วยให้คุณรู้ว่าตอนนี้กำลังแปรงแรงอยู่ แต่หลังจากคุณใช้งานแปรงสีฟันไฟฟ้าไปได้สักพัก ร่างกายจะเริ่มปรับตัวและออกแรงแปรงน้อยลงได้เองค่ะ

สุดท้ายนี้หากคุณปฎิบัติตามคำแนะนำแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หมอณัฐขอแนะนำให้ลองปรึกษาทันตแพทย์ตามคลินิกใกล้บ้านจะดีที่สุดค่ะ เพราะอาการเลือดออกจากช่องปากอาจไม่ได้เกิดจากการแปรงฟันแรงเกินไปเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากปัญหาสุขภาพช่องปากอื่นๆ ได้อีกด้วย หากรีบเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธีและทันเวลาก็อาจป้องกันปัญหาช่องปากที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตค่ะ

บทความที่น่าสนใจ

ดูแลช่องปากที่ไหนดี ทำไมต้อง Toothluck Dental Clinic

หากคุณมีปัญหาช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นฟันซ้อนฟันเก ฟันห่าง ฟันสบผิดปกติ หรือกำลังมองหาคลินิกสำหรับดูแลฟัน เรา Tooth Luck Detal Clinic เป็นคลินิกทันตกรรมสำหรับเด็กและทุกคนในครอบครัว เรามีทีมทันตแพทย์พร้อมให้บริการทันตกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจัดฟัน ถอนฟัน ผ่าฟันคุด ฟอกสีฟัน ขูดหินปูน อุดฟัน รักษารากฟัน รากฟันเทียม วีเนียร์ ฟันปลอม และบริการทันตกรรมสำหรับเด็ก มาพร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน และครบครัน ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก ๆ และชาวจังหวัดขอนแก่นอย่างแท้จริง

ทำไมต้องทำฟันที่-Toothluck

รีวิวจัดฟันกับ Tooth Luck dental clinic คลินิกทำฟัน จัดฟัน ขอนแก่น