วันนี้หมออยากมาชวนคุยเรื่องที่หลายคนชอบ “ผลัดวันประกันพรุ่ง” มากที่สุดเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือการไปหาหมอฟันนั่นเองค่ะ! เชื่อไหมคะว่าประโยคที่หมอได้ยินบ่อยที่สุดคือ “ไม่มีเวลาเลยค่ะหมอ” หรือ “รอให้ปวดก่อนค่อยมา” แต่ในความเป็นจริงแล้ว การดูแลรอยยิ้มให้แข็งแรงตลอดไปนั้นใช้เวลาน้อยกว่าการไถโซเชียลมีเดียในหนึ่งวันเสียอีกค่ะ! วันนี้หมอเลยตั้งใจทำ Checklist ตรวจสุขภาพฟันประจำปี มาฝากกัน เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพว่า การสละเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงต่อปี (หรือทุก 6 เดือน) สามารถช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าและรักษาฟันธรรมชาติให้อยู่กับเราไปนานๆ ได้อย่างไรบ้าง มาเช็กกันเลยค่ะ!
ตรวจสุขภาพฟันประจำปี คืออะไร?
หลายคนเข้าใจว่าการไปหาหมอฟันคือต้องไปเมื่อมีปัญหา เช่น ต้องไปอุดฟัน หรือถอนฟันเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว การตรวจสุขภาพฟันประจำปี (Annual Dental Check-up) คือการนัดหมายแบบ “ป้องกัน” ค่ะ
มันคือการให้หมอช่วยสำรวจภาพรวมในช่องปากทั้งหมด ตั้งแต่ซี่ฟัน เหงือก ลิ้น กระพุ้งแก้ม ไปจนถึงขากรรไกร เพื่อมองหาความผิดปกติที่อาจจะยังไม่แสดงอาการปวด หมอจะประเมินสุขภาพฟันของคุณเพื่อดูว่ามีจุดไหนที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษไหม เรียกได้ว่าเป็นการ “สกัดกั้นปัญหา” ก่อนที่จะบานปลายจนรักษาลำบากค่ะ ซึ่งขั้นตอนนี้หมอจะใช้เวลาคุยและตรวจเบื้องต้นที่ใช้เวลาไม่นาน ไม้ถึง 1 ชั่วโมงก็เสร็จแล้วค่ะ
ทำไมต้องตรวจสุขภาพฟันประจำปี?
หลายอาจจะสงสัยว่า ในเมื่อเราก็แปรงฟันสะอาดทุกวัน ทำไมยังต้องมาหาหมอ? หมอจะบอกว่า การที่แปรงฟันทุกวัน เป้นเพียงการดูแลสุขภาพช่องทางแบบเบื้องต้นเท่านั้น แต่ว่าการแปรงฟันไม่ใช่คำตอบทั้งหมดที่จะช่วยแก้ปัญหาและป้องกันปัญหาของสุขภาพเหงือกและฟันในอนาคตได้ เพราะว่ามีนยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ไม่สามารถป้องกันได้ด้วยการแปรงฟันทุกวัน ดังนี้ค่ะ
หินปูนคือศัตรูที่แปรงไม่ออก: ต่อให้คุณใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าที่แพงที่สุด ก็ไม่สามารถขจัดคราบหินปูน (Dental Tartar) ที่แข็งตัวแล้วออกได้ค่ะ หินปูนเหล่านี้เป็นที่อยู่ของแบคทีเรียที่ปล่อยกรดทำลายกระดูกรองรับรากฟัน ถ้าไม่มาขูดออกทุกปี เหงือกจะร่นและฟันจะโยกในอนาคตค่ะ
ตรวจเช็กมะเร็งช่องปาก: ในการตรวจประจำปี หมอไม่ได้ดูแค่ฟันนะคะ แต่หมอจะตรวจเนื้อเยื่ออ่อนด้วย เพื่อหาแผลหรือรอยโรคที่อาจพัฒนาไปเป็นมะเร็งช่องปาก ซึ่งถ้าเจอเร็ว โอกาสรักษาหายมีสูงมากค่ะ
ป้องกันโรคทางระบบ: งานวิจัยยืนยันชัดเจนค่ะว่า สุขภาพช่องปากสัมพันธ์กับโรคหัวใจและเบาหวาน การมีเหงือกที่อักเสบเรื้อรังส่งผลให้เชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายขึ้น การตรวจฟันจึงเป็นการดูแลสุขภาพร่างกายโดยรวมไปด้วยในตัวค่ะ
สำหรับคนที่คิดว่าการตรวจสุขภาพประจำปีไม่สำคัญ หมออยากให้คิดใหม่เลยค่ะ เพราะจากประสบการณ์ของหมอ มีหลายเคสมาก ๆ เลยที่คนไข้มาหาหมอด้วยปัญหาฟันที่พอตรวจแล้วพบว่า ‘ถ้ามาเร็วกว่านี้’ เคสนั้นจะจบลงด้วยการรักษาราคาหลักร้อยและใช้เวลาไม่นาน แต่พอปล่อยทิ้งไว้จนเชื้อโรคกินลึก การรักษาที่เดิมมีเพียงเล็กน้อยกลายเป็นงานช้างที่ต้องทำการรักษานานและใช้เงินจำนวนที่มากกว่าเดิม
ดังนั้นหมอจึงอยากแนะนำจากใจเลยว่า การที่ “หลายคน” เข้าใจว่าสุขภาพช่องปากของเราไม่มีปัญหา เพราะบางทีอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดเพราะแบคทีเรียตัวร้ายที่อยู่ในช่องปากนั้นมันทำงานเงียบมากค่ะ ทำให้การการตรวจฟันประจำปีคือ วิธีการป้องกันและดักทางมันไว้ดีที่สุดก่อนที่มันจะสร้างเรื่องใหญ่ให้เรานั่นเองค่ะ
Checklist รายการตรวจสุขภาพฟันประจำปีมีอะไรบ้าง
เมื่อเข้าใจความสำคัญแล้ว เรามาดูกันค่ะว่าภายในเวลาเล็กน้อยไม่ถึง1 ชั่วโมงที่คลินิก หมอจะพาคุณไปทำอะไรบ้างตาม Checklist นี้เลยค่ะ
[ ] อัปเดตประวัติและปรึกษาอาการ: หมอจะชวนคุยเรื่องการใช้ฟันในช่วงที่ผ่านมา มีอาการเสียวฟันตอนทานน้ำเย็นไหม หรือมีเลือดออกตอนแปรงฟันหรือเปล่า (ใช้เวลาประมาณ 5 นาที)
[ ] ตรวจพินิจช่องปากอย่างละเอียด (Comprehensive Exam): หมอจะใช้กระจกส่องตรวจฟันทุกซี่ รวมถึงตรวจเช็กวัสดุอุดเดิม ครอบฟัน หรือฟันปลอมว่ายังอยู่ในสภาพดีไหม (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที)
[ ] ตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปาก (Oral Cancer Screening): หมอจะช่วยดูเนื้อเยื่ออ่อน ลิ้น และใต้ลิ้น ว่ามีตุ่ม ก้อน หรือแผลเรื้อรังที่เสี่ยงอันตรายไหม (ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที)
[ ] เอกซเรย์ฟัน (Digital X-ray): ในบางเคสที่หมอสงสัยว่ามีฟันผุซอกฟันที่มองไม่เห็น หรืออยากดูสภาพรากฟัน หมอจะทำการเอกซเรย์แบบดิจิทัล ซึ่งเห็นผลทันทีบนหน้าจอค่ะ (ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที)
[ ] ขูดหินปูนและขัดฟัน (Scaling & Polishing): ขั้นตอนนี้สำคัญมากค่ะ หมอจะใช้เครื่องมือขจัดคราบหินปูนที่เกาะตามซอกฟันและใต้เหงือกออกให้เกลี้ยง พร้อมขัดฟันให้ลื่นเพื่อลดการเกาะของคราบใหม่ (ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที)
[ ] สรุปแผนการรักษาและการดูแลตัวเอง: หลังจากตรวจเสร็จ หมอจะสรุปภาพรวมสุขภาพฟันให้ฟัง พร้อมแนะนำเทคนิคการแปรงฟันที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะค่ะ (ใช้เวลาประมาณ 5 นาที)
ข้อดีของการตรวจฟันประจำปี: ทำไมหมอถึงบอกว่า “ดีกว่า + คุ้มกว่า” ในระยะยาว?
หลายคนมองว่าการมาหาหมอฟันเป็นเรื่องสิ้นเปลืองทั้งเวลาและเงินทอง แต่ในความเป็นจริง “การป้องกัน (Prevention)” มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและสุขภาพสูงกว่า “การรักษา” มากค่ะ หมอขอสรุปข้อดีแบบเจาะลึกให้เห็นภาพชัดๆ ดังนี้:
ประหยัดงบป: ลองเปรียบเทียบดูนะคะ ค่าขูดหินปูนและตรวจฟันเฉลี่ยปีละ 1,000 – 1,500 บาท แต่ถ้าคุณปล่อยให้ฟันผุจนทะลุโพรงประสาทฟัน คุณจะต้องจ่ายค่ารักษารากฟัน (8,000 – 15,000 บาท) + ค่าเดือยฟันและครอบฟัน (10,000 – 20,000 บาท) รวมแล้วซี่หนึ่งอาจสูงถึง 30,000 บาท! การตรวจประจำปีจึงช่วยให้เราเจอถัญหาตั้งแต่ตอนที่ “ค่ารักษาถูกที่สุด” ค่ะ
ลดความเสี่ยง: การตรวจและขูดหินปูนเป็นหัตถการที่เจ็บน้อยมาก หรือแทบไม่เจ็บเลยสำหรับหลายๆ คนค่ะ เมื่อเทียบกับการต้องมาหาหมอตอนเหงือกบวมเป็นหนองรุนแรง หรือรากฟันอักเสบจนหน้าบวม ซึ่งตอนนั้นยาชาอาจจะออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่เพราะเนื้อเยื่อมีความเป็นกรดสูง ทำให้การรักษายากและเจ็บกว่าปกติมากค่ะ
รักษาฟันธรรมชาติ: ไม่มีวัสดุอุดฟันหรือรากฟันเทียมชนิดไหนในโลกที่ใช้งานได้ดีเท่า “ฟันแท้” ของเราค่ะ การตรวจประจำปีช่วยให้หมอรักษาเนื้อฟันธรรมชาติของคุณไว้ได้มากที่สุด ยิ่งเหลือเนื้อฟันเยอะ ฟันซี่นั้นก็ยิ่งแข็งแรงและอยู่กับเราไปได้นานจนแก่เลยค่ะ
สร้างบุคลิกภาพและสุขภาพจิต: การไม่มีคราบหินปูน คราบชากาแฟ หรือกลิ่นปากที่เกิดจากแบคทีเรียสะสม จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการพูดคุยและการเข้าสังคมได้แบบ 100% เลยค่ะ
ตรวจสุขภาพฟันประจำปี ค่าใช้จ่ายเท่าไร?
หมอขอสรุปค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (Standard Price) เพื่อให้ทุกคนวางแผนการเงินได้ง่ายขึ้นนะคะ โดยปกติแล้วการตรวจประจำปีจะประกอบด้วยรายการหลักๆ ดังนี้ค่ะ:
ค่าตรวจและปรึกษา (Dental Examination & Consultation): ประมาณ 500 บาท (ที่ TOOTH LUCK เรามักมีโปรโมชั่นตรวจฟรีสำหรับคนไข้ใหม่หรือคนไข้จัดฟันค่ะ)
ค่าขูดหินปูนและขัดฟัน (Scaling & Polishing): ประมาณ 800-1,0\500 บาท ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของหินปูนและการสะสมของคราบสีจากอาหาร/บุหรี่ค่ะ
ค่าบริการถอนฟัน เริ่มต้นที่ 500-900 บาทต่อซี่
สิทธิประกันสังคม 900 บาท “ใช้ให้คุ้ม ไม่ต้องจ่ายเอง” คนทำงานที่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 มีสิทธิทำฟันฟรี 900 บาทต่อปี (ครอบคลุม: ขูดหินปูน, อุดฟัน, ถอนฟัน และผ่าฟันคุด)
ไม่ต้องสำรองจ่าย: ที่ TOOTH LUCK DENTAL CLINIC ของเรา คุณไม่ต้องวุ่นวายเรื่องเบิกจ่ายเองค่ะ เพียงพกบัตรประชาชนใบเดียวมาที่คลินิก เจ้าหน้าที่จะเช็กสิทธิผ่านระบบออนไลน์และหักยอดให้ทันที
สิทธิปีต่อปี: หมอขอย้ำว่าสิทธินี้ “ไม่สะสมไปปีหน้า” นะคะ ถ้าปีนี้ไม่ใช้ เท่ากับทิ้งเงิน 900 บาทไปฟรีๆ เลยค่ะ ดังนั้นช่วงท้ายปีแบบนี้ คิวจะแน่นมาก หมอแนะนำให้รีบจองคิวเข้ามาตั้งแต่ต้นปีหรือกลางปีจะสะดวกที่สุดค่ะ
สรุป
การตรวจสุขภาพฟันประจำปีไม่ใช่เรื่องยุ่งยากและไม่ได้ใช้เวลานานอย่างที่คิดเลยค่ะ แค่สละเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ปีละ 1-2 ครั้ง ก็ช่วยให้คุณมียิ้มที่แข็งแรงและมั่นใจไปได้ตลอดทั้งปีแล้วค่ะ
หากใครที่ยังไม่ได้ตรวจฟันในปีนี้ หรือมองหาคลินิกที่ดูแลเป็นกันเอง สามารถเข้ามาหาหมอได้ที่ TOOTH LUCK DENTAL CLINIC นะคะ เราเป็นคลินิกทันตกรรมที่พร้อมดูแลทั้งงานทันตกรรมทั่วไป งานจัดฟัน และงานศัลยกรรมช่องปากค่ะ
หมอและเจ้าหน้าที่พร้อมสแตนบายดูแลคุณ เปิดบริการทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ ใครติดงานจันทร์-ศุกร์ ก็สามารถนัดมาวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ได้เลยค่ะ เรามีแพทย์ประจำการที่คลินิกทุกวัน คอยดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดค่ะ
ปัจจุบันเรามี 2 สาขาเดินทางสะดวก
สาขากทม.-นนทบุรี: ติด MRT แยกติวานนท์ (ทางออก 3) ใครอยู่แถวนี้แวะมาหาหมอได้เลยค่ะ เดินทางด้วยรถไฟฟ้าสะดวกมาก
สาขาขอนแก่น: ตั้งอยู่ปากซอย ร.8 ถนนมะลิวัลย์ เดินทางง่าย มีที่จอดรถกว้างขวางหน้าคลินิกเลยค่ะ


อุบัติเหตุคนจัดฟันอะไรที่ต้องไปหาหมอทันที ไม่ต้องรอวันนัด
หมอเชื่อว่าต้องเคยเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันกันบ้างใช่ไหมคะ? ไม่ว่าจะเป็นเคี้ยวเพลินจนเหล็กหลุด [...]
เคสฟันฉุกเฉินที่ต้องพบหมอฟันทันที ภายใน 24 ชั่วโมง
นฐานะหมอ หมอมักจะเจอคำถามบ่อยๆ [...]
ทำไมวัยเรียนและคนทำงานยุคใหม่ถึงเลือกนัดจัดฟันวันเสาร์-อาทิตย์
ในยุคที่ตารางชีวิตของทั้งนักเรียนและคนทำงานถูกบีบด้วยเดดไลน์และการสอบ การหาเวลาดูแลตัวเองกลายเป็นเรื่องท้าทายมากค่ะ [...]
ทำไมทำฟันวันหยุด ถึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับคนไม่มีเวลา
เชื่อไหมคะว่าคำถามที่หมอได้รับบ่อยที่สุดไม่ใช่เรื่อง “ทำฟันเจ็บไหม” [...]
Checklist ตรวจสุขภาพฟันประจำปี ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง
วันนี้หมออยากมาชวนคุยเรื่องที่หลายคนชอบ “ผลัดวันประกันพรุ่ง” [...]
ปวดฟันวันเสาร์ทำไงดี? รวมลิสต์เคสฟันที่รอถึงวันจันทร์ไม่ได้
อาการปวดฟันมักจะชอบมาทักทายเราในเวลาที่ไม่เป็นใจ โดยเฉพาะบ่ายวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ที่คลินิกหลายแห่งอาจจะปิด [...]