จัดฟันแล้วพูดไม่ชัด เกิดจากอะไร? การใส่อุปกรณ์จัดฟันทำให้สภาพแวดล้อมในช่องปากเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของฟัน พื้นที่วางลิ้น หรือการสัมผัสระหว่างลิ้นกับแบร็กเก็ต ซึ่งทั้งหมดนี้อาจส่งผลให้การออกเสียงบางพยัญชนะผิดเพี้ยนไปชั่วคราวและทำให้คนไข้รู้สึกไม่มั่นใจขณะพูดค่ะ ในบทความนี้หมอณัฐจึงจะขอชวนคนไข้และผู้อ่านทุกคนมาศึกษาสาเหตุที่พบได้บ่อย อาการที่ควรสังเกต ระยะเวลาที่มักใช้ในการปรับตัว รวมทั้งแนวทางฝึกฝนและการดูแลตัวเองที่ช่วยให้กลับมาพูดชัดได้เร็วขึ้น พร้อมข้อแนะนำเมื่อควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติมไปพร้อม ๆ กันค่ะ
“จัดฟันแล้วพูดไม่ชัด” วิธีแก้แบบง่าย ๆ ที่ช่วยให้กลับมาพูดชัดเร็วขึ้น
เมื่อตัดสินใจจัดฟัน หลายคนคาดหวังว่ารอยยิ้มและการสบฟันจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ระหว่างการปรับตัวของฟันและอุปกรณ์จัดฟัน บางคนกลับพบว่าตนเอง “พูดไม่ชัด” หรือ “ออกเสียงยากขึ้น” โดยเฉพาะเสียงลม เสียงควบกล้ำ หรือเสียงที่ต้องใช้การวางตำแหน่งลิ้นอย่างแม่นยำ ทำให้เกิดความกังวลใจไม่น้อย วันนี้หมอณัฐจะอธิบายให้คนไข้เข้าใจอย่างละเอียดค่ะว่า ปัญหานี้เกิดจากอะไร และสามารถแก้ไขให้กลับมาพูดชัดเหมือนเดิมได้อย่างไรบ้าง
สาเหตุที่ทำให้จัดฟันแล้วพูดไม่ชัด
เมื่อเริ่มใส่อุปกรณ์จัดฟัน ไม่ว่าจะเป็นจัดฟันโลหะ จัดฟันแบบใส หรือแม้แต่การติดยางพลังงาน (O-ring) เพื่อดึงฟันในบางช่วง คนไข้มักต้องปรับตัวกับสิ่งแปลกปลอมในช่องปาก ซึ่งส่งผลต่อการออกเสียงโดยตรง ในหัวข้อนี้หมอณัฐจะอธิบายให้เห็นภาพว่าปัญหาเกิดขึ้นอย่างไร และมีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างในช่องปากอย่างไรบ้างค่ะ
1. อุปกรณ์จัดฟันเพิ่ม “ขนาดพื้นผิว” ภายในช่องปาก
เมื่อมีแบร็กเก็ต ลวด หรือยางอยู่บนผิวฟัน พื้นที่ภายในช่องปากจะเล็กลงกว่าปกติ ส่งผลให้ลิ้นต้องปรับตำแหน่งการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะเสียงที่ต้องอาศัยการวางปลายลิ้น เช่น เสียง ล, ร หรือเสียงลมอย่าง ส และ ฟ การที่ลิ้นเคลื่อนไหวไม่อิสระเหมือนเดิมจึงทำให้เกิดเสียงเพี้ยนหรือเสียงเบาได้ง่ายค่ะ
ช่วงแรกที่ใส่อุปกรณ์จึงอาจรู้สึกพูดลำบากกว่าปกติ แต่เป็นอาการที่มักค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อคนไข้ปรับตัวได้ค่ะ
2. การเคลื่อนตัวของฟันระหว่างการรักษา
ตลอดระยะเวลาการจัดฟัน ฟันจะถูกขยับครั้งละเล็กน้อยตามแผนการรักษา ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกเสียงบางช่วง เช่น เสียงที่ต้องอาศัยการปิดริมฝีปากหรือการประกบฟันหน้า หากฟันหน้าเคลื่อนในตำแหน่งที่ยังไม่สมดุล การออกเสียงจึงอาจเกิดเสียงลมรั่วหรือพูดไม่ชัดชั่วคราวได้ค่ะ
การเคลื่อนฟันเป็นกระบวนการปกติ แต่สามารถส่งผลต่อการออกเสียงในบางระยะของการรักษาได้เช่นกันค่ะ
3. แผลหรือการระคายเคืองด้านในกระพุ้งแก้มและริมฝีปาก
เมื่อเพิ่งเริ่มจัดฟัน กระพุ้งแก้มและริมฝีปากมักเสียดสีกับแบร็กเก็ต ทำให้เกิดรอยถลอกหรือแผลเล็ก ๆ ซึ่งอาจทำให้คนไข้หลีกเลี่ยงการออกเสียงบางคำที่ต้องใช้แรงดันลมหรือการขยับริมฝีปากมาก เช่น เสียง ป, พ หรือ ฟ ปัญหานี้มักดีขึ้นทันทีที่แผลหายและเนื้อเยื่อในช่องปากแข็งแรงขึ้นค่ะ
แนะนำให้ใช้ขี้ผึ้งจัดฟันเพื่อลดการเสียดสีในช่วงแรก จะช่วยให้พูดได้คล่องขึ้นค่ะ
4. การเปลี่ยนตำแหน่งลิ้นในระหว่างการสบฟันใหม่
บางเคสที่ฟันสบกันผิดปกติมาก่อนจัดฟัน ลิ้นอาจคุ้นเคยกับการจัดวางในตำแหน่งหนึ่ง พอเริ่มจัดฟัน การสบฟันเปลี่ยนไป ทำให้ลิ้นต้องเรียนรู้ตำแหน่งใหม่ จึงเกิดความรู้สึก “พูดไม่ถนัด” ในช่วงแรก แต่เมื่อฟันเริ่มเข้าที่ คนไข้จะพูดชัดขึ้นตามธรรมชาติค่ะ
อย่างไรก็ตาม อาการพูดไม่ชัดหลังจัดฟันมักเกิดจากการปรับตัวของลิ้น ริมฝีปาก และตำแหน่งฟัน เป็นอาการที่พบได้บ่อยและมักดีขึ้นเองเมื่อคนไข้คุ้นชินกับอุปกรณ์ในช่องปาก อย่างไรก็ตาม หากอาการรุนแรงหรือเป็นนานผิดปกติ ควรเข้ามาตรวจเพื่อประเมินเพิ่มเติมค่ะ
จัดฟันแล้วพูดไม่ชัดเป็นเรื่องปกติไหม?
เมื่อคนไข้พบว่าตนเองพูดผิดเพี้ยนหรือออกเสียงได้ไม่ชัดเจน มักเกิดคำถามว่าผิดปกติหรือไม่ ควรกังวลไหม ในความเป็นจริง อาการพูดไม่ชัดช่วงจัดฟันถือเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะช่วง 1–3 สัปดาห์แรกที่เริ่มติดเครื่องมือ วันนี้หมอณัฐจะอธิบายว่าทำไมอาการนี้จึงถือว่า “ปกติ” สำหรับหลายเคสค่ะ
- เป็นอาการชั่วคราวที่เกิดจากการปรับตัว โครงสร้างในช่องปากต้องทำงานร่วมกันในการออกเสียง เมื่อมีสิ่งแปลกปลอม เช่น แบร็กเก็ต ลวด และยาง เครื่องมือเหล่านี้ทำให้ลิ้นและริมฝีปากต้องปรับตำแหน่งใหม่ จึงทำให้การออกเสียงเปลี่ยนไปในช่วงแรก แต่เมื่อกล้ามเนื้อในช่องปากเริ่มชิน อาการนี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นค่ะ
- พบได้บ่อย โดยเฉพาะในคนที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงในช่องปาก หลายคนไวต่อการสัมผัสของลิ้นหรือการเสียดสีของอุปกรณ์ จึงมีอาการพูดผิดเพี้ยนมากกว่าเคสอื่น แต่ไม่ได้หมายความว่าผิดปกติ เพียงแค่ต้องใช้เวลาในการปรับตัวมากกว่าเท่านั้นค่ะ
- จะเริ่มดีขึ้นเมื่อฟันเริ่มเข้าตำแหน่ง หลังจากผ่านไป 2–4 สัปดาห์ คนไข้ส่วนใหญ่จะเริ่มพูดชัดขึ้น เนื่องจากฟันเริ่มเคลื่อนเข้าตำแหน่งที่เหมาะสม และลิ้นก็เรียนรู้ตำแหน่งใหม่ในการออกเสียงแล้วค่ะ
ซึ่งโดยรวมแล้ว อาการพูดไม่ชัดหลังจัดฟันถือเป็นอาการปกติที่พบได้เป็นประจำ และส่วนใหญ่จะดีขึ้นเองตามกระบวนการปรับตัวของร่างกาย แต่หากอาการยืดเยือนนานเกิน 1–2 เดือน ควรให้ทันตแพทย์ตรวจประเมินเพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติมค่ะ
เสียงแบบไหนที่มักพูดไม่ชัดหลังจัดฟัน
ในหัวข้อนี้หมอณัฐอยากพาคนไข้มาสังเกตว่า เสียงใดที่มักจะเพี้ยนหรือออกเสียงยากหลังใส่เครื่องมือจัดฟัน ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจปัญหาได้ง่ายขึ้นและแก้ไขได้ตรงจุดค่ะ
1. เสียงลม เช่น ส, ฟ, ช
เสียงกลุ่มนี้ต้องใช้การควบคุมลมออกจากช่องปากอย่างแม่นยำ หากมีช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างฟันเพราะกำลังเคลื่อนตัว หรือมีลวดขวางในบางมุม อาจทำให้ลมรั่วและเกิดเสียงเพี้ยนได้ค่ะ
2. เสียงที่ต้องใช้ปลายลิ้น เช่น ล, ร
ปลายลิ้นต้องแตะตำแหน่งที่ค่อนข้างจำเพาะ เช่น ด้านหลังฟันหน้าบน เมื่อมีแบร็กเก็ตหรืออุปกรณ์เพิ่มพื้นที่ผิว ปลายลิ้นจึงอาจแตะตำแหน่งเดิมได้ไม่สะดวก ทำให้เสียงลดทอนลงหรือไม่ชัดค่ะ
3. เสียงที่ต้องประกบริมฝีปาก เช่น ป, พ, บ
เมื่อริมฝีปากระคายเคืองจากการเสียดสีกับอุปกรณ์ คนไข้จะไม่ค่อยกล้าขยับแรง ทำให้เสียงที่ต้องใช้แรงปิดริมฝีปากออกมาไม่ชัดในช่วงแรกค่ะ
ซึ่งจากที่กล่าวมา ทุกคนจะสามารถเห็นได้ว่าเสียงที่ผิดเพี้ยนส่วนใหญ่เป็นเสียงที่ต้องใช้การควบคุมลมหรือปลายลิ้นอย่างละเอียด ซึ่งเครื่องมือจัดฟันอาจรบกวนตำแหน่งการออกเสียงได้ชั่วคราว อาการนี้ถือว่าพบได้บ่อยและสามารถปรับตัวได้ค่ะ
ทำอย่างไรให้พูดชัดเหมือนเดิม
เมื่อคนไข้เข้าใจสาเหตุแล้ว ขั้นตอนสำคัญคือการฝึกออกเสียงและดูแลช่องปากเพื่อให้พูดชัดขึ้นได้เร็วที่สุด หมอณัฐขอแนะนำเทคนิคง่าย ๆ ที่สามารถทำได้เองที่บ้านค่ะ
1. ฝึกอ่านออกเสียงวันละ 10–15 นาที
เริ่มจากการอ่านออกเสียงช้า ๆ เน้นคำที่รู้สึกว่าพูดไม่ชัด เช่น คำที่มีเสียงลมหรือเสียงล ส่วนนี้จะช่วยให้ลิ้นและริมฝีปากปรับตัวได้เร็วขึ้น การฝึกอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้กล้ามเนื้อจดจำตำแหน่งใหม่ได้ดีกว่าค่ะ
2. ใช้ขี้ผึ้งจัดฟันเพื่อลดการเสียดสี
หากมีแผลหรือจุดเสียดสีในช่องปาก ควรใช้ขี้ผึ้งจัดฟันปิดบนแบร็กเก็ตในตำแหน่งที่รบกวนที่สุด จะช่วยให้คนไข้สามารถขยับริมฝีปากและออกเสียงได้คล่องขึ้น ลดความเจ็บขณะพูดได้ดีค่ะ
3. พูดบ่อยขึ้นเพื่อเพิ่มความคุ้นเคย
การพูดกับตัวเอง พูดหน้ากระจก หรือฝึกเล่าบทสนทนาสั้น ๆ จะช่วยเพิ่มความคุ้นเคยกับเครื่องมืออย่างมาก ยิ่งพูดบ่อย ลิ้นและริมฝีปากจะยิ่งเรียนรู้ตำแหน่งใหม่ได้เร็วค่ะ
4. เข้าพบทันตแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น
หากคนไข้รู้สึกว่าพูดไม่ชัดนานเกิน 4–8 สัปดาห์ หรือมีเสียงลมรั่วมากผิดปกติ ควรให้ทันตแพทย์ตรวจดูตำแหน่งฟันหรืออุปกรณ์ เพราะอาจมีจุดที่ต้องปรับแต่งเล็กน้อยเพื่อให้การออกเสียงดีขึ้นค่ะ
อย่างไรก็ตาม การพูดไม่ชัดหลังจัดฟันสามารถปรับให้ดีขึ้นได้ด้วยการฝึกออกเสียงเป็นประจำ การลดการเสียดสีในช่องปาก และการปรับตัวของลิ้นเมื่อฟันเริ่มเข้าตำแหน่ง หากอาการไม่ดีขึ้นควรให้ทันตแพทย์ประเมินเพื่อปรับแผนการรักษาต่อไปค่ะ
ควรไปพบหมอเมื่อไร หากพูดไม่ชัดนานผิดปกติ?
แม้อาการพูดไม่ชัดส่วนใหญ่จะดีขึ้นเอง แต่ก็มีบางกรณีที่หมอแนะนำให้เข้ามาตรวจเพื่อความปลอดภัยค่ะ
โดยสัญญาณที่ควรมาพบทันตแพทย์นั้นประกอบด้วย….
- พูดไม่ชัดนานเกิน 1–2 เดือน
- มีเสียงลมรั่วมากขึ้นเรื่อย ๆ
- เจ็บกระพุ้งแก้มหรือริมฝีปากจนพูดลำบากต่อเนื่อง
- ฟันเคลื่อนผิดตำแหน่งชัดเจน ทำให้กัดไม่ลงหรือสบฟันผิดปกติ
ในกรณีเหล่านี้ทันตแพทย์จะตรวจดูการสบฟัน ตำแหน่งของอุปกรณ์ และอาจปรับจุดเสียดสีหรือเปลี่ยนแรงดึงให้เหมาะสม เพื่อช่วยให้การออกเสียงกลับมาปกติเร็วขึ้นค่ะ
ทั้งนี้ หากอาการพูดไม่ชัดเกิดขึ้นนานกว่าปกติหรือมีอาการร่วมอื่น ควรให้ทันตแพทย์ตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขอย่างตรงจุด การประเมินตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้การพูดกลับมาเป็นปกติได้เร็วขึ้นค่ะ
สรุป จัดฟันแล้วพูดไม่ชัดแก้ได้ไหม?
การพูดไม่ชัดหลังจัดฟันเป็นอาการที่พบได้บ่อยและเกิดจากการปรับตัวของลิ้น ริมฝีปาก และการเคลื่อนของฟันในระหว่างรักษา ส่วนใหญ่เป็นเพียงอาการชั่วคราวที่สามารถดีขึ้นได้เอง แต่การฝึกพูดสม่ำเสมอ การลดการเสียดสี และการดูแลช่องปากที่ถูกต้องจะช่วยให้กลับมาพูดชัดได้เร็วขึ้นมากค่ะ หากมีข้อสงสัยหรือมีอาการที่ยืดเยื้อ ควรมาพบทันตแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติมและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมค่ะ
บทความที่น่าสนใจ
- จัดฟัน Invisalign คืออะไร แตกต่างจากการจัดฟันทั่วไปอย่างไร
- Invisalign Lite: จัดฟันเร่งด่วน ทำไมต้องใช้เครื่องมือชุดนี้
- Invisalign Moderate เหมาะกับใคร แก้ปัญหาฟันแบบไหนได้บ้าง
จัดฟันที่ไหนดี ทำไมต้องที่ Toothluck Dental Clinic
หากคุณมีปัญหาช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นฟันซ้อนฟันเก ฟันห่าง ฟันสบผิดปกติ หรือกำลังมองหาคลินิกสำหรับดูแลฟัน เรา Toothluck Dental Clinic เป็นคลินิกทันตกรรมสำหรับเด็กและทุกคนในครอบครัว เรามีทีมทันตแพทย์พร้อมให้บริการทันตกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจัดฟัน ถอนฟัน ผ่าฟันคุด ฟอกสีฟัน ขูดหินปูน อุดฟัน รักษารากฟัน รากฟันเทียม วีเนียร์ ฟันปลอม และบริการทันตกรรมสำหรับเด็ก มาพร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน และครบครัน ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก ๆ และชาวจังหวัดขอนแก่นอย่างแท้จริง

รีวิวจัดฟันกับ Tooth Luck dental clinic คลินิกทำฟัน จัดฟัน ขอนแก่น
@dr.nuttakul รีวิวเคสจัดฟันใส ทำไมเลือก? ดีกว่ายังไง? #หมอณัฐคุณ #หมอฟัน #หมอฟันtiktok #คลินิกทันตกรรมทูธลักค์ #รักสุขภาพ #tiktokสายความรู้ #เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า #tiktokuni #ทําฟันขอนแก่น #จัดฟัน #จัดฟันใส #มากกว่า60วิ
@dr.nuttakul รีวิวเคส จัดฟันแก้รูปปาก 💗 #หมอณัฐคุณ #คลินิกทันตกรรมทูธลักค์ #toothluck #ทําฟันขอนแก่น #ทําฟันmrtแยกติวานนท์ #จัดฟัน #รักสุขภาพ #tiktokสายความรู้ #รู้จากtiktok #tiktokunit




ฟันไม่ตรงแกนกลาง หน้าเบี้ยว เกิดจากอะไร แก้ได้ไหมด้วยการจัดฟัน?
ฟันไม่ตรงแกนกลาง หน้าเบี้ยว [...]
ลวดจัดฟันทิ่มกระพุ้งแก้ม แผลในปากไม่หายสักที ทำอย่างไรดี?
“ลวดจัดฟันทิ่มกระพุ้งแก้ม” ถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยระหว่างการจัดฟัน [...]
ฟันคร่อมจัดฟันได้ไหม ? ไขข้อสงสัยปัญหาฟันคร่อมที่หลายคนกังวล
ฟันคร่อมจัดฟันได้ไหม ? [...]
ยิ้มเห็นเหงือก แก้ได้ไหม? แนะนำวิธีรักษาที่เหมาะกับแต่ละเคส
“ยิ้มเห็นเหงือก” เชื่อได้ว่าปัญหาที่หลาย [...]
จัดฟันแล้วพูดไม่ชัด เกิดจากอะไร ทำอย่างไรให้พูดชัดเหมือนเดิม
จัดฟันแล้วพูดไม่ชัด เกิดจากอะไร? [...]
จัดฟันถอนฟัน 4 ซี่ หน้าเปลี่ยนไหม สรุปผลลัพธ์และข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ
จัดฟันถอนฟัน 4 [...]